ผลงาน IP ใหม่แกะกล่องของทาง Capcom สู่การเป็นหนึ่งในเกมที่แตะหัวใจของหลาย ๆ ผู้คนในปีนี้ และนี่คือ Pragmata อีกหนึ่งเกมไอเดียเด็ด แถมเป็นเกมดีอย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่ออนาคต การ Print สิ่งของ สามารถทำอะไรได้มากกว่าที่เคย
Pragmata ว่าด้วยเรื่องราวของโลกอนาคตอันใกล้ บริษัท Delphi Corporation ปฏิวัติวงการด้วยการผลิต Lim Replicator ที่สามารถพิมพ์สิ่งของใด ๆ ก็ตามได้แบบ 3 มิติ ตราบใดที่ผู้ใช้งานมีแบบพิมพ์ที่เหมาะสมก็สามารถพิมพ์ออกมาได้ทั้งหมด โดยมีวัตถุดิบที่สำคัญอย่าง Lufilament และด้วยแร่ชนิดนี้มีคุณสมบัติพิเศษแบบนี้ จึงมีการตั้งสถานีขุดแร่อย่าง The Cradle บนดวงจันทร์เพื่อดำเนินการขุดแร่ Lufilament โดยสถานีขุดแร่นี้ได้รับการดูแลโดยปัญญาประดิษฐ์หรือ A.I. ที่เรียกว่า IDUS และกองทัพหุ่นยนต์
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Hugh Williams วิศวกรระบบของบริษัทที่ถูกส่งมาเพื่อตรวจสอบสาเหตุที่การสื่อสารระหว่างสถานีขุดแร่และโลกขาดการเชื่อมต่อโดยไม่ทราบสาเหตุ แต่เมื่อยานลงจอดก็เกิดแผ่นดินไหว ทำให้ Hugh ต้องแยกทางกับสมาชิกทีมงาน เขาหมดสติและได้รับบาดเจ็บ แต่หุ่นยนต์เด็กสาว ชื่อรหัส D-I-0336-7 ได้เข้ามาช่วยเขาไว้ และตั้งชื่อให้เด็กสาวว่า Diana เพื่อสืบหาสาเหตุว่าเกิดอะไรขึ้นบนสถานีอวกาศนี้ และช่วยเหลือสมาชิกที่แตกกระจายกันออกไป การเดินทางของ Hugh และ Diana จึงเริ่มต้นขึ้น

สำหรับ Pragmata ในแง่ของเนื้อเรื่องนั้น ต้องบอกว่าไม่ได้มีอะไรสดใหม่มากนัก และอาจจะเป็นพล็อตที่เราเคยเห็นกันมานักต่อนักแล้ว การเดินทางของหนึ่งเด็ก หนึ่งผู้ใหญ่ หนึ่งมนุษย์ หนึ่งหุ่นยนต์ ยังคงเป็นเรื่องราวที่พิเศษเสมอ และ Pragmata เองยังเล่าสะท้อนถึงเรื่องราวของการที่ปัญญาประดิษฐ์ และหุ่นยนต์ ถูกแทนที่โดยมนุษย์ แต่กลับกัน หุ่นยนต์บางตัวกลับดูเหมือนจะมีหัวใจขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม การเล่าเรื่องของมันไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน ผู้เล่นหลายคนอาจจะพอเดาออก หรือรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้น จบอย่างไร แต่หากระหว่างทางมันสวยงามและมีคุณค่า นั่นก็ไม่ใช่สิ่งที่แย่ และ Pragmata ก็ทำหน้าที่เล่าเรื่องราวและนำเสนอมันออกมาได้ดี
เกมเพลย์สุดแปลกใหม่ แฮคไป ยิงไป
ถ้าพูดถึงเกมเพลย์แล้ว Pragmata น่าจะชนะเลิศในแง่ของความแปลกใหม่ และความสร้างสรรค์ประจำปีนี้เลย รูปแบบการเล่นของ Pragmata ต้องบอกว่า ไม่มีใครเหมือน และไม่เหมือนใครในนาทีนี้ หากเคยเห็นเกมเพลย์ของ Pragmata มาบ้างแล้ว จะเห็นว่าก่อนที่เราจะยิงทำดาเมจศัตรูได้นั้น เราจำเป็นจะต้องเปิดกริดแฮคด้วย Diana ก่อน และแฮคให้เสร็จถึงจะยิงทำดาเมจใส่ศัตรูได้
ต้องบอกว่า Mechanic นี้ของตัวเกมนั้น ถ้าดูคนอื่นเล่น หรือเห็นคลิปวิดีโอตัวอย่าง อาจจะรู้สึกว่ามันเล่นยาก แต่เอาเข้าจริงแล้ว มันเล่นง่ายมาก ไม่ว่าจะเป็นทั้งบนจอย DualSense ของ PS5 และบนเมาส์คีย์บอร์ดบน PC
สำหรับบน DualSense หลังจากเล็งด้วยการกด L2 แล้ว จะต้องใช้ปุ่มควบคุมทางขวาทั้ง 4 ปุ่มในการควบคุมแผงแฮคของน้อง Diana ส่วนเมาส์คีย์บอร์ดจะเป็นการใช้เมาส์ลากไปตามตาราง ซึ่งทั้งสองแพลตฟอร์มนั้น แบบไหนก็เล่นสนุกด้วยกันทั้งคู่ ถือเป็นเกมที่ออกแบบมาดีมากในการควบคุมทั้งสองแพลตฟอร์ม
อีกส่วนที่ต้องพูดถึงเป็นพิเศษเลยคือความน่ารักของน้อง Diana ที่ทำให้หลายคนรักและเอ็นดูน้องกันเป็นพิเศษ แม้จะเป็นแอนดรอยด์ แต่พฤติกรรมของน้องก็คือเด็กวัยซุกซนคนหนึ่ง ถ้าเรากลับไปที่จุดพักผ่อน และหาของสะสม หรือของตกแต่งมาไว้ได้ เราจะได้เห็นน้อง Diana เล่นสนุกกับสิ่งของต่าง ๆ รวมไปถึงเราสามารถมอบของขวัญให้น้องได้ด้วย ซึ่งน้องก็จะมี Reaction กับของต่าง ๆ ที่ต่างกันไป

นอกจากนั้น Mechanic ในการแฮคของเกมนี้ ยังมีลูกเล่นอื่น ๆ มากมาย ยกตัวอย่างเช่น ไอเทมสำหรับดีบัฟศัตรู แต่ก็แลกมากับการที่ตอนเปิดตารางแฮค ผู้เล่นจะต้องควบคุมโหนดผ่านช่องไอเทมด้วย ซึ่งก็เป็นทางเลือกของผู้เล่นเองว่า จะเลือกใช้ไอเทมดีบัฟศัตรูหรือเปล่า การเลือกที่จะดีบัฟศัตรูนั้น ทำให้เราเก่งขึ้น ทำดาเมจแรงขึ้น ล้มศัตรูง่ายขึ้นก็จริง แต่ก็ใช้เวลาในการลากโหนดแฮคมากขึ้นด้วย ถ้าไม่ลนลานเกินไป ยังไงก็ไหว
ประเภทของศัตรู และการเลือกใช้อาวุธเองก็มีผลด้วย โดยเกมนี้ระบบอาวุธจะไม่เหมือนกับเกมอื่น ๆ ที่เมื่อเราปลดล็อคแล้ว เราจะได้มาใช้งานตลอด แต่มันจะเป็นการเก็บไว้กับตัวชั่วคราว กระสุนมีวันหมด หมดแล้วหมดไป แต่บางอาวุธเมื่อปลดล็อคมาแล้ว เราอาจจะกลับไปที่ศูนย์พักผ่อนส่วนกลาง และเลือกหยิบติดตัวก่อนออกไปลุยได้ แต่หากใช้จนหมด เราจะต้องหาเก็บตามฉากใหม่อีกครั้ง
อาวุธบางประเภทจะเหมาะกับสถานการณ์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง แต่ก็สามารถหยิบมาใช้ทดแทนกันได้ เพียงแต่อาจจะต้องดูว่า ปืนนั้นที่เราใช้กับสถานการณ์ปัจจุบัน มันคุ้มหรือเปล่าที่เราจะนำมาใช้ การสู้กับพวกลูกกระจ๊อก อาจจะใช้ปืนพกของ Hugh ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องถึงกับปืนลูกซองขนาดใหญ่อะไร

และสำหรับใครที่คิดว่า เกมหลักมันไม่เห็นจะยากตรงไหน พอไปวัดไปวาได้อยู่ ก็อย่าเพิ่งดีใจไป เพราะเกมนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าระบบ Training Simulations เพื่อมาท้าทายความสามารถของผู้เล่นด้วย บางด่านนี่บอกเลยว่า มีหัวร้อนกันไปข้าง กว่าจะผ่าน จริง ๆ มันไม่ต้องทำหมดก็ได้ แต่ถ้าศักดิ์ศรีมันค้ำคอ มีหรือที่เราจะต้องยอม
แม้ว่าตัวเกมจะไม่ใช่เกม RPG แบบเต็มขั้น แต่เกมนี้ก็มีระบบ Progression ของตัวละครอยู่ด้วย นั่นคือเราสามารถอัปเกรดตัวละครได้ ผ่านกล่องลูกบาศก์สีทองที่หาเก็บได้ตามแผนที่ โดยเราสามารถอัปเกรดได้ทั้งพลังชีวิตและดาเมจอาวุธปืนของ Hugh และอัปเกรดโมดูลแฮคของน้อง Diana แต่เราจะอัปเกรดอะไรก่อนก็แล้วแต่ความเชี่ยวชาญของผู้เล่นแต่ละคน

แม้ภาพรวมคอนเทนต์จะไม่ได้เยอะมาก แต่ Pragmata ได้มอบประสบการณ์ในการเล่นรอบแรกให้เราแบบเต็มอิ่ม และคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไป โดยจบรอบแรกแล้ว เรายังสามารถเล่นต่อ หรือ NG+ ได้ด้วยเช่นกัน สำหรับตัวเกมที่มีราคา 1,590 บาทแล้ว ถือว่าคุ้มค่าสุด ๆ และปูทางอนาคตเป็น DLC หรือส่วนเสริมไว้ จะมีหรือไม่มีก็แล้วแต่ว่า Capcom อยากสานต่อหรือไม่
พัฒนาการแบบก้าวกระโดดของ RE Engine

เป็นอีกครั้งที่ Capcom ยังคงเลือกใช้เอนจิ้นของตัวเองอย่าง RE Engine ที่ใช้มากับเกมทุกเกมในยุคหลัง ไม่ว่าจะเป็น Resident Evil, Street Fighter, Monster Hunter แม้จะมาสะดุดเล็กน้อยตอน Dragon’s Dogma 2 แต่ RE Engine ก็ยังคงเป็นเอนจิ้นตัวเก่งประจำค่าย
จากการทดลองเล่นบนเครื่องคอมพิวเตอร์ระดับกลาง ๆ อายุ 3-4 ปีขึ้นไป ก็พบว่าเล่นได้แบบสบาย ๆ อาจจะต้องปรับกราฟิกบางส่วนลง เพื่อลดการกินสเปค แต่ภาพรวมระหว่างเล่นก็ไม่ใช่ปัญหาแต่อย่างใด ส่วนบน PS5 นี่ยิ่งสบาย เพราะถ้า PC ไหว Console ที่ล็อคสเปคมาแล้ว ยังไงก็เล่นได้ แถมล่าสุดบน PS5 เพิ่งมีการอัปเดตตัวเกมให้เล่นได้ลื่นขึ้น และแสดงผลภาพได้คมชัดขึ้นอีกด้วย
ดังนั้นภาพรวมของ Pragmata ต้องบอกว่า มาเต็ม คุ้มค่า แม้เนื้อเรื่องอาจจะไม่ได้แปลกใหม่มากนัก แต่การเล่าเรื่องก็ยังคงสวยงาม รวมไปถึงรูปแบบเกมเพลย์การเล่นที่น่าจะถูกหยิบไปต่อยอดอีกแน่ ๆ นี่เป็นอีกผลงานเกมที่เกมเมอร์ต้องลอง ของดี ของเด็ด รับประกัน!