หลังจาก Superman เปิดจักรวาลใหม่ของ DC ไปได้อย่างสวยงามเมื่อปีที่แล้ว ปี 2026 ก็ถึงคราวของ Supergirl กันบ้าง หลังจากเห็นเธอกันมาแล้วในช่วงท้ายของ Superman ในหนังเดี่ยวของเธอจะเป็นยังไง เรา Thai Gamers ขอรีวิวให้ชม

สำหรับเรื่องราวของ Supergirl จะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อจาก Superman แต่ก็ไม่ได้ต่อแบบทันทีทันใดขนาดนั้น และหากใครติดภาพจำของสาวขี้เมาที่ดันมีพลังเหนือมนุษย์ ก็จะได้เห็นคาแรคเตอร์แบบนั้น ซึ่งตัว Milly Alcock เอง แสดงออกมาได้ดี และสมบทบาทมาก แต่สาเหตุที่เธอทำตัวเมา เหลวแหลกนั้นก็มีอยู่ และมันเป็นประเด็นสำคัญที่เป็นแรงผลักดันหนังตั้งแต่ต้นจนจบ
แต่ขอบอกเลยว่ามันไม่ได้ยิ่งใหญ่ อลังการ หรือน่าดึงดูดอะไรขนาดนั้น หากพูดกันแบบแฟร์ ๆ บทหนังโดยรวมของ Supergirl จัดว่าน่าเบื่อมาก และเห็นพล็อตแบบนี้มาไม่รู้กี่เรื่องต่อกี่เรื่อง ทั้งที่มาจากหนังซูเปอร์ฮีโร่เอง และไม่ใช่ก็ตาม เรียกได้ว่าใครดูหนังมาเยอะ น่าจะเดาตอนจบกันออกตั้งแต่ดู Trailer กันแล้วด้วยซ้ำไป

และถึงแม้จะมีสเกลพลังในระดับเดียวกับซูเปอร์แมน แต่เพราะนิสัยที่ต่างกันสุดขั้ว ถ้าให้ซูเปอร์เกิร์ลพยายามทำตัวขวานผ่าซากตลอดทั้งเรื่อง หนังก็คงจบไวจนเกินไป ทำให้หนังต้องเพิ่มอะไรบางอย่างเข้ามาเป็นตัวถ่วงสมดุลเรื่อง นั่นก็คือตัวละครอย่าง Ruthye และสิ่งที่แฟน ๆ Superman จะต้องรู้จักกันดี แต่จะเป็นอะไรก็ไปดูกันในโรงหนังเอาเอง
ซึ่งการที่หนังถูกถ่วงเอาไว้ด้วยภาระ โดยไม่มีเหตุจำเป็น ทำให้สเกลพลังของ Supergirl ถูกใช้ไม่เต็มที่ ยิ่งช่วงท้ายนี่ยิ่งปวดหัว เพราะเหมือนอยากจะให้ระเบิดพลังขั้นสุด แต่ก็ทำไม่ได้ ต้องหาอะไรมาเตะถ่วงไว้ ทั้งหมดอาจจะต้องบอกกันตรง ๆ ว่า บทหนังมีปัญหาพอสมควร

แต่หากดูแบบถอดสมองและไม่คิดอะไร ในแง่ของความบันเทิง ก็พอจะตอบโจทย์อยู่บ้าง ฉากแอ็คชั่นหลายฉากถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน บางฉากอาจจะรู้สึกว่ามันควรจะปรับปรุงให้ดีกว่านี้ได้ เพราะมันดูด้อยว่า Superman อยู่พอสมควร แต่การเล่าเรื่องอดีตและปมในใจของ Supergirl ส่วนนี้ถือว่าทำได้ค่อนข้างดี และมีอารมณ์ร่วมพอสมควร
ส่วนที่ขโมยซีนที่สุดของหนัง ขอยกให้ Jason Momoa ในบท Lobo ที่ต้องบอกว่าเหมือนเกิดมาเพื่อบทนี้ หาที่หาทางใหม่ให้ตัวเองในจักรวาล DCU อันใหม่ได้แล้ว เรียกได้ว่าทั้งความดุดัน ความน่าเกรงขาม ความฮา เกินกว่าที่เคยทำไว้ในบท Aquaman เยอะมาก ถึงจะน่าเสียดายที่บทน้อยไปหน่อย แต่รับรองว่ามันน่าจดจำกว่าหลายตัวละครเยอะ

ภาพรวมของหนัง Supergirl มันไม่ใช่หนังที่แย่เสียจนดูแทบไม่ได้ แต่มันธรรมดา ธรรมดาผิดความคาดหมายไปมาก จนรู้สึกว่าที่เห็นจากหนัง Superman และรอกันมา 1 ปี มันไม่ค่อยคุ้มการรอคอยสักเท่าไร ก็ต้องรอดูว่าทิศทางของหนัง DCU จะเป็นยังไงต่อจากนี้ไป แต่ใด ๆ คือ ลองไปพิสูจน์ด้วยตัวเองกันได้ กับ Supergirl เข้าฉายแล้ววันนี้ในโรงภาพยนตร์