ระบบสำคัญที่จะทำให้ตัวละครแข็งแกร่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดภายในเกม NTE ก็คือ การใส่ Catridge ที่หน้าตาเหมือนตลับเกม แถมยังมีช่องสำหรับใส่ชิ้นส่วนตัวต่อที่เหมือนกับเกม Tetris อยู่ด้วย วันนี้เราจะพามาเจาะลึกระบบ Console Catridge ใน NTE กันว่ามันทำงานยังไง และมีชุดเซ็ตใดบ้าง
การทำงานของระบบ Console Catridge
ระบบ Console Catridge ที่เป็นเหมือนเครื่องเล่นเกมนี้ ประกอบไปด้วย Catridge และ Module โดยเราจะหาทั้งสองอย่างนี้ได้จากดันเจี้ยน Rabbit Hole ที่อยู่ทางขวาของเมือง บริเวณ Cape Square

ตัวละคร 1 ตัวจะสามารถติดตั้ง Catridge หลักได้ 1 ชิ้น และติดตั้ง Module ได้ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่หากจะทำให้ได้เซ็ตโบนัสสูงสุดก็จำเป็นจะต้องติดตั้งทั้งหมด 4 ชิ้นตามรูปแบบที่กำหนด ซึ่งรายละเอียดจะอยู่ในหน้าเกม
เมื่อลงดันเจี้ยน Rabbit Hole เราจะมีโอกาสได้ Catridge ตามด่านที่เลือก โดยมีทั้งหมด 6 ด่านด้วยกัน รายละเอียดแต่ละด่านมีดังนี้
Clock Tricks – มีโอกาสดรอปเซ็ต Lost Radiance และ Diabolos
Lost Radiance
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Cosmos 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – เมื่อใช้ท่าไม้ตาย จะได้บัฟทะลุพลังป้องกัน 25% ของศัตรู เป็นเวลา 20 วินาที (ไม่สามารถสะสมขั้นได้)
Diabolos
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Chaos 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – ทะลุพลังป้องกันธาตุ Chaos 12% และหากผู้สวมใส่ทำให้เกิดปฏิกิริยา Nova หรือ Scorch จะทะลุพลังป้องกันธาตุ Chaos เพิ่มเป็น 24% 20 วินาที
Sculpture Gallery – มีโอกาสดรอปเซ็ต Devil’s Blood: Curse และ Street Boxer
Devil’s Blood: Curse
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Psyche 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น เพิ่มดาเมจของผู้ใส่ 18% และจะเพิ่มเป็น 36% หากโจมตีศัตรูที่ติดสถานะ Nova หรือ Stain
Street Boxer
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Lakshana 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – เพิ่ม Critical Rate 14% หากสมาชิกในทีมทำให้เกิดปฏิกิริยา Remora และ Stain จะเพิ่มอีก 14% (รวม 28%) เป็นเวลา 20 วินาที
Latitude Loom – มีโอกาสดรอปเซ็ต Fireflies and the Forest และ Crimson: Twin Butterflies
Fireflies and the Forest
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Anima 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – เมื่อศัตรูในบริเวณใกล้เคียงโดนดาเมจธาตุ Anima จากสมาชิกในทีม ผู้สวมใส่จะได้โบนัส Critical DMG 8% สะสมได้สูงสุด 7 ขั้น แต่ละขั้นจะมีระยะเวลา 10 วินาที เอฟเฟกต์นี้จะยังคงแสดงผลอยู่ แม้ตัวละครจะไม่ได้อยู่ในสนาม
Crimson: Twin Butterflies
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Incantation 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – เเมื่อศัตรูในบริเวณใกล้เคียงโดนดาเมจธาตุ Incantation ผู้สวมใส่จะได้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น 6% สามารถสะสมได้สูงสุด 6 ขั้น แต่ละขั้นมีระยะเวลา 10 วินาที เอฟเฟกต์นี้จะยังคงแสดงผลอยู่ แม้ตัวละครจะไม่ได้อยู่ในสนาม
Defend the Radish – มีโอกาสดรอปเซ็ต Thea’s Night Tavern และ Kingdom’s Guard
Thea’s Night Tavern
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – พลังชีวิตเพิ่มขึ้น 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – ผู้สวมใส่จะได้รับโฐนัสการฟื้นฟูพลังชีวิต 20%
Kingdom’s Guard
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – พลังป้องกันเพิ่มขึ้น 15%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – เกราะ/โล่ของผู้สวมใส่สูงขึ้น 20%
Mental Map – มีโอกาสดรอปเซ็ต Speedy Hedgehog และ Quiet Manor
Speedy Hedgehog
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – อัตราชาร์จพลังงานเพิ่มขึ้น 12%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – หลังจากผู้สวมใส่ใช้งานท่าไม้ตาย สมาชิกร่วมทีมจะได้โบนัสพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 15% เป็นเวลา 20 วินาที เอฟเฟกต์นี้ซ้อนทับกันไม่ได้
Quiet Manor
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มดาเมจธาตุ Mental 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – มอบโบนัสดาเมจธาตุ Mental ให้ผู้สวมใส่ 12% ต่อการโจมตีปกติ 1 ครั้ง สะสมได้สูงสุด 3 ขั้น แต่ละขั้นจะมีเวลา 6 วินาที
Night of the Rails – มีโอกาสดรอปเซ็ต Shadow Creed และ Tiny Big Adventure
Shadow Creed
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มพลังโจมตี 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – หลังใช้สกิล ผู้สวมใส่จะได้พลังโจมตีเพิ่ม 25% 20 วินาที
Tiny Big Adventure
- ติดตั้ง 2 ชิ้น – เพิ่มพลังชีวิต 10%
- ติดตั้ง 4 ชิ้น – พลังชีวิตของผู้สวมใส่เพิ่มขึ้น 4% เมื่อได้รับดาเมจ สะสมได้สูงสุด 10 ขั้น แต่ละขั้นจะมีเวลา 10 วินาที และหากกดใช้ท่าไม้ตาย จะได้รับขั้นสะสม 10 ขั้นทันที
ระบบ Module ทำงานยังไง?
Module คือระบบที่เราจะได้ทำการสวมใส่ชิ้นส่วนที่มีรูปร่างเหมือนตัวต่อ Tetris เพื่อทำให้ Status Effect ของมันทำงาน ทุกเซ็ตจะมี Module Effect ที่ต้องการต่างกันออกไป ส่วนขั้นตอนการได้ Module Effect ในเกมนี้ก็ง่าย ๆ เลย

ทุกวันและทุกครั้งที่เราใช้ค่าพลังงานในการลงดันเจี้ยน Rabbit Hole เราจะได้รับ Carrota ที่เอาไว้ใช้หยอดเหรียญสุ่มหาชิ้นส่วน Module มาใช้งานกัน โดยเราสามารถเข้ามาสุ่มหา Module ได้ที่หน้า Console ของแต่ละตัวละคร (เข้าได้จากทุกตัวละคร) หน้า Console จะมีทั้งหมด 3 ขั้น แต่ละขั้นจะมีโอกาสได้ชิ้นส่วนที่มีระดับต่ำ – สูง ไม่เท่ากัน แนะนำว่าถ้าอยากฟาร์มชิ้นส่วน Module แบบเต็มที่ ให้เริ่มฟาร์มตอนเลเวล 30 ไปเลย เพราะจะได้ Module ขั้นสูงสุด

ชิ้นส่วน Module แต่ละชิ้น จะมีรูปแบบที่ต่างกันเหมือนตัวต่อ Tetris และเราจะต้องจัดเรียงให้มันเข้ากัน รวมถึงต้องมีครบทุกชิ้นส่วนที่เซ็ตกำหนด เพื่อให้ได้รับโบนัสด้วย
การฟาร์ม Catridge และ Module ถือเป็นอีกระบบสำคัญที่ผู้เล่นน่าจะต้องอยู่กับมันไปยาว ๆ ทั้งเกม หลังพ้นช่วงเลเวล 30 และหวังว่าชุดเซ็ตต่าง ๆ และข้อมูลในบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้กับผู้เล่นทุกคนได้