ทิ้งภาระหน้าที่ทุกอย่างในชีวิต เตรียมของไปแค่พอประมาณ แล้วเลือกรถบ้านหนึ่งคัน เป็นบ้านหลังใหม่ตลอดการเดินทาง คงจะเป็นชีวิตในฝันของใครหลายคน และนี่คือเกมที่หยิบเอาชีวิตแบบนั้น มาดัดแปลงเป็นวิดีโอเกมสุดผ่อนคลาย กับ Outbound ผลงานเกมที่เปิดตัวมานานหลายปี และวางจำหน่ายให้เราได้เล่นกันแล้ว มาดูกันว่าเกมนี้จะสมการรอคอยแค่ไหน
เรื่องราวของ Outbound คือเรื่องของตัวละครเอกอย่างผู้เล่น จะชายหรือหญิงก็ขึ้นอยู่กับเราเลือก ตัดสินใจละทิ้งทุกอย่างในเมืองหลวงอันวุ่นวาย จัดรถบ้านมา 1 คัน และออกผจญภัยตามหาความสงบและธรรมชาติ ต้องบอกว่าพล็อตเกมก็ยังสมกับเป็นเกมแนว Cozy นั่นคือทุกเกมจะต้องมีพล็อตแบบว่าตัวเอกหนีความวุ่นวายไปหาธรรมชาติ และเกมนี้เองก็เช่นกัน แตกต่างตรงที่คราวนี้มีงบ มีทุน ซื้อรถบ้านไปใช้ชีวิตกันแบบสะดวกสบายสุด ๆ
นอกจากส่วนของเนื้อเรื่องหลักที่มีอยู่แค่นี้ เนื้อเรื่องส่วนอื่นของเกมก็ไม่ค่อยมีอะไรให้พูดถึงแล้ว ส่วนใหญ่จะเป็นการไปพบเจอโน้ตเล็ก ๆ ที่เป็นที่อยู่ของชาวเมือง ชาวบ้านเล็ก ๆ กันมากกว่า ส่วนของเนื้อเรื่องในเกมนี้ก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปได้เลย ไม่ต้องไปจริงจังอะไรกับมันมากนัก เพราะจุดประสงค์จริง ๆ ของเกมนี้ คือความชิลแบบเต็มขั้น ด้วยการขับรถสำรวจพื้นที่ หาวัตถุดิบ ทรัพยากร และอัปเกรดรถไปเรื่อย ๆ แต่ขอบอกเลยว่า ใครที่อ่านโน้ตเกือบทุกฉบับที่เกมแปะไว้ ก็พอจะเดาตอนจบได้อยู่ว่ามันจะเกี่ยวกับอะไร

จุดประสงค์ของเกมนี้ คือการออกสำรวจพื้นที่กว้าง พร้อมด้วยรถบ้าน โดยรอบ ๆ แผนที่ ผู้เล่นจะพบกับจุดเก็บสะสมของ ทั้งที่เป็น Progression ในการอัปเกรด และที่เป็นของตกแต่งรถมากมายให้ได้ตามเก็บกัน แม้ขนาดแผนที่โดยรวมจะไม่ได้กว้าง แต่ก็เต็มไปด้วยรายละเอียดและระบบการเล่นผ่านสิ่งของต่าง ๆ มากมาย ผู้เล่นจะต้องทำตัวติดรถอยู่เสมอ เพราะรถเป็นสิ่งสำคัญเดียวในเกมนี้ที่จะทำให้เราไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม ในแผนที่จะมีบางจุดที่เราไม่สามารถขับรถเข้าไปได้ ต้องลงเดินเท้าเข้าไปเท่านั้น
มาดูทึ๋ระบบรถกันก่อน รถของเราในเกมนี้เป็นหัวใจสำคัญที่ทำได้ทุกอย่าง และมีฟังก์ชันแบบรถบ้าน เราสามารถเปิดประตูข้าง ยกขึ้น และเราจะมีพื้นที่ในการตั้งโต๊ะ และบนโต๊ะสามารถวางอุปกรณ์การคราฟท์ต่าง ๆ ได้ และหลายคนคงจะสงสัยว่า รถบ้านมันก็ไม่ได้คันใหญ่อะไรขนาดนั้น มันจะสร้างของหลายอย่างได้ยังไง คำตอบก็คือเกมนี้ไม่ได้สนใจความสมเหตุสมผลหรือสมจริงมากมายอะไรขนาดนั้น เมื่อเล่นไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะเริ่มวางฐานบนหลังคาได้ และสร้างโตีะกับเครื่องอุปกรณ์ต่าง ๆ บนหลังคารถบ้านได้เลย วิธีการเปิด-ปิด ก็แค่เปิดประตูข้างรถ แล้วมันก็จะขยายตัวออกมาแบบง่าย ๆ สวยงาม อลังการ และแฟนตาซีไปในเวลาเดียวกัน ในส่วนของท้ายรถก็จะเป็นส่วนของการชาร์จพลังงานรถ โดยใช้เศษไม้ และเศษหญ้า รวมไปถึงโตีะคราฟท์อุปกรณ์ต่าง ๆ ก็จะอยู่ในส่วนนี้ด้วย

ภายในเกมจะมี Collectible มากมายให้เก็บ และบอกจำนวนไว้ชัดเจน อย่างเช่นแคมป์ไฟที่มีทั้งหมด 80 จุด ตุ๊กตาโนม 100 ตัว แต่ปัญหาคือสิ่งของพวกนี้มันดันไม่มีแรงจูงใจให้ไปค้นหาเลย การเก็บตุ๊กตาโนมหรือแคมป์ไฟ ช่วยแค่เป็น Checkpoint ว่าเราทำ หรือไปเก็บมันมาแล้วเท่านั้น ตามแคมป์ไฟต่าง ๆ จะมีเศษขยะและวัตถุดิบทั่วไปผสมอยู่ด้วย และขยะหรือ Litter สามารถนำมาแปรรูปเป็น Download Voucher ได้ ซึ่งเราสามารถนำ Download Voucher นี่ ขับรถไปหาเสาวิทยุที่กระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ และใช้มันในการดาวน์โหลด Blueprint หรือสูตรการคราฟท์ใหม่ ๆ อุปกรณ์ใหม่ ๆ ได้ และนี่คือคีย์เวิร์ดและ Objective หลักของเกมนี้เลย

การบริหารจัดการพื้นที่รถ และทรัพยากรคือความสนุกของเกมนี้ หากคุณอยากขยายพื้นที่รถให้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น คุณก็ยิ่งต้องสำรวจให้มากขึ้น แต่ขณะเดียวกัน ตัวเกมนี้ก็ไม่ได้มีแผนที่ใหญ่เกิน มันไม่ใช่เกม Open World แบบ Full Scale ทำให้ใช้เวลาไม่นาน ก็ได้ทรัพยากรที่ต้องการได้แล้ว แต่เกมเพลย์อีกแบบคือ Part ของการเดินเท้า เพื่อเข้าถึงบ้าน หรืออาคารที่รถไม่สามารถเข้าถึงได้ เราจำเป็นจะต้องเดินเท้าเข้าไป และบางอาคารก็มีปริศนาให้เราไขด้วย ซึ่งต้องใช้การสังเกตและ Sense ในการแก้ปริศนาพอสมควร และส่วนใหญ่ของรางวัลในการสำรวจก็จะเป็น Blueprint ที่ไม่ได้ต่างอะไรจากการไปสำรวจตามเสาวิทยุด้วย
ตัวรถจะสามารถอัปเกรดได้หลากหลาย เครื่องยนต์จะทำให้เราเร่งความเร็วสูงสุดของรถได้ และสามารถขึ้นเนินสูง ๆ ได้ บางพื้นที่ หากจะเข้าไปให้ถึงหรือไต่เนินสูง ๆ ก็จำเป็นจะต้องอัปเกรดมอเตอร์ก่อน ด้วยทรัพยากรที่ค่อนข้างจำกัดในช่วงแรก การเลือกสิ่งของที่จะอัปเกรดให้ดีจึงเป็นเรื่องสำคัญ แต่หลังจากนั้นเราก็จะเจอของและทรัพยากรมากพอจะให้อัปเกรดอยู่แล้วแน่นอน

ตัวเกมจะเน้นไปที่บรรยากาศและความผ่อนคลายมากกว่า ไม่ได้มีการบีบบังคับหรือกำหนดอะไรให้เราต้องทำแบบชัดเจนขนาดนั้น มีเป้าหมายหลักมาร์คไว้ให้ แต่การจะเข้าถึงเป้าหมายหลัก ต้องทำอะไรยังไง เกมจะค่อย ๆ บอกเรา ปลดล็อคระบบให้เรา และเราก็จะยิ่งหลงรักการสำรวจโลกภายในเกมนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ แต่อย่างไรก็ตาม เกมดูจะมีข้อเสียที่เป็นด้าน Level Design และการออกแบบเกมอยู่บ้าง เช่น ระบบตอนกลางคืนที่อยู่ดี ๆ ก็สร้างข้อจำกัดให้ผู้เล่นด้วยการที่ทำให้ผู้เล่นวิ่งไม่ได้ ต้องบังคับนอนหลับเท่านั้น แต่เรากลับขับรถได้อย่างอิสระโดยที่ความเร็วไม่ลดลงซะอย่างนั้น ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเลือกจำกัดผู้เล่นด้วยวิธีนี้

ต่อมาคือ Objective ของตัวเกมที่ไม่ค่อยน่าดึงดูดเท่าไรนัก หลัก ๆ แล้ว มันคือการหาทางไปต่อ ปลดล็อคเส้นทางใหม่ และหาของอัปเกรดรถ ถ้าคุณไม่ได้เอ็นจอยกับอะไรแบบนี้ ก็ยากที่จะไปต่อให้จบได้ เพราะแรงจูงใจในการเล่นมันน้อยมาก แต่ถ้าคุณมองหาเกมมาผ่อนคลาย เล่นสบาย ๆ ในวันหยุด รับเสียงลม เสียงฝน แต่งรถบ้านให้หรูหราชิล ๆ นี่คือเกมที่คุณไม่ควรพลาดเลย
Outbound วางจำหน่ายแล้ววันนี้บน PC และลงให้เล่นบนระบบ PC Game Pass ด้วย แถมเกมนี้ยังรองรับการ Co-op กันมากถึง 4 คน ชวนเพื่อนไปชิลด้วยกันได้เลย