SILENT HILL: Townfall กลับมาในรูปแบบที่ต่างจากภาคก่อนพอสมควร คราวนี้เปลี่ยนมาเป็นมุมมอง First-Person และพาเราไปเจอกับเรื่องราวของ Simon Ordell ในเมือง St. Amelia ช่วงปี 1996
จากที่ภาคก่อนๆ เราเคยเห็นตัวละครผ่านมุมมองด้านหลัง แต่คราวนี้ทุกอย่างถูกดันเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น
เสมือนเราได้เห็นทุกอย่างผ่านสายตาของตัวเอง และต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ต่าง ๆ ด้วยตัวเอง
โดยในเกมมีทั้งการเดินสำรวจ แก้ปริศนา หลบศัตรู และต่อสู้ พร้อมกับค่อย ๆ เฉลยเรื่องราวของเมืองไปทีละส่วน
ว่าแต่เกมนี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง มาดูกันทีละส่วนเลย!
ระบบที่ใช้รีวิว : PS5



ภาพ เสียง บรรยากาศ
เกมยังคงทำบรรยากาศกดดันและชวนระแวงได้ดี ศัตรูที่เป็นมอนสเตอร์ต่างๆ ยังออกแบบออกมาได้น่ากลัว น่าขนหัวลุก และคงความเป็น SILENT HILL ได้ดี
สิ่งที่เราต้องเจอแทบจะทั้งเกมเลย คือ หมอกกับความมืด มองไปข้างหน้าได้ไม่ไกล แถมการเดินผ่านถนนแต่ละช่วงก็ต้องคอยมองตามมุมต่าง ๆ เพราะไม่รู้ว่าตรงที่มองไม่เห็นจะมีอะไรอยู่ พอเข้าอาคารก็ยิ่งต้องระวังมากขึ้น





การใช้ First-Person ทำให้มุมห้อง มุมอับ และพื้นที่นอกสายตากลายเป็นจุดที่ต้องคอยระวัง เวลาเดินผ่านมุมหรือหันหลังให้ทางเดิน จะมีจังหวะให้เสียวสันหลังอยู่เรื่อย ๆ เพราะไม่รู้ว่าพอหันกลับไปแล้วจะเจออะไร
ในด้านเสียง ก็เข้ามาช่วยเสริมตรงนี้ได้ดี ทั้งเสียงฝีเท้า เสียงศัตรู หรือเสียงบางอย่างจากห้องข้าง ๆ ทำให้เราต้องหยุดฟังอยู่เรื่อย ๆ บางครั้งได้ยินเสียงอยู่ใกล้มาก แต่หันไปทางไหนก็ยังไม่เจอตัว พอเดินต่อก็ต้องลุ้นว่าจะโผล่มาจากตรงไหน
ส่วนโลกอีกด้าน ที่จะเปลี่ยนภาพไปเป็นโทนแดง เต็มไปด้วยท่อ เหล็ก และโครงสร้างคอนกรีตที่บิดเบี้ยว ก็ทำให้พื้นที่นั่น ๆ กลายเป็นพื้นที่ที่ดูอึดอัดขึ้นทันที
เนื้อเรื่อง
เรื่องของ Simon Ordell ค่อย ๆ เปิดออกจากสิ่งที่เราเจอตามทาง เช่น เอกสาร บันทึก โทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ และสัญญาณที่ได้รับจาก CRTV
ข้อมูลบางอย่างไม่ได้บอกคำตอบทั้งหมดในครั้งเดียว เราต้องเอาสิ่งที่เจอก่อนหน้ามาต่อกัน ถึงจะเริ่มเข้าใจว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกี่ยวข้องกันยังไง เพราะแบบนี้เวลาเดินสำรวจจึงต้องคอยจำรายละเอียดเล็ก ๆ ที่ผ่านตามา
ช่วงที่ข้อมูลหลายชิ้นเริ่มเชื่อมเข้าหากันทำได้ดี โดยเฉพาะตอนที่เราเริ่มเห็นว่าคนในเมืองเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังไง




ระบบการเล่น
การเอา First-Person เข้ามาไม่ได้เปลี่ยนแค่มุมกล้อง แต่ส่งผลกับวิธีเดินและรับมือกับศัตรูโดยตรง เวลาเปิดประตู เลี้ยวมุม หรือเดินเข้าไปในห้อง เราไม่สามารถมองรอบตัวได้เหมือนมุมมองบุคคลที่สาม
และมันยังส่งผลต่อความกลัวของเราโดยตรงด้วย ศัตรูน่ากลัว ๆ ที่วิ่งเข้าหาเราตรง ๆ บางจังหวะถ้ารับมือไม่ทัน มีสิทธิ์ปาจอยทิ้งกันได้ง่าย ๆ
CRTV
CRTV เป็นระบบใหม่ของภาคนี้ ใช้ปรับคลื่นเพื่อจับสัญญาณของศัตรู และดูตำแหน่งของมันผ่านกำแพงหรือหมอกได้
ตอนเจอพื้นที่ที่มีศัตรูหลายตัว การเปิด CRTV เช็กตำแหน่งก่อนช่วยให้เลือกเส้นทางได้ง่ายขึ้น แต่ถึงจะรู้ว่าศัตรูอยู่ตรงไหน ก็ยังต้องคิดต่อว่าจะเดินอ้อมหรือรอจังหวะ เพราะถ้าพลาดก็โดนเห็นทันที
CRTV ยังรับสัญญาณที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวและปริศนา ทำให้ต้องหยิบมาใช้ในหลายสถานการณ์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ตอนเจอศัตรู


การลอบเร้นและการหลบหนี
การหลบหลายเป็นสิ่งที่ต้องใช้บ่อยในเกม ในช่วงที่ยังขาดแคลนอาวุธ โดยเกมได้ใส่ที่ซ่อนเข้ามาให้พื้นที่ให้เราได้ใช้ เราสามารถหมอบหลังสิ่งกีดขวาง แอบตามมุม หรือรอให้ศัตรูเดินผ่านแล้วค่อยไปต่อ
ถ้าโดนเห็นก็ต้องรีบหาทางหนี ตัดมุม เข้าห้อง หรือหาจุดซ่อน ยิ่งตอนโดนไล่ในทางเดินแคบ ๆ ยิ่งวุ่นวาย เพราะต้องหาทางหนีไปพร้อมกับคอยดูว่าศัตรูยังตามมาอยู่หรือเปล่า
นอกจากที่ซ่อนในฉากแล้ว เกมยังใส่สิ่งของต่าง ๆ เข้ามาให้เรา ได้ใช้สร้างเสียงเพื่อเบี่ยงความสนใจ เช่น ขวด ก้อนอิฐ โทรทัศน์ และวิทยุ บางครั้งขว้างของล่อให้ศัตรูเดินไปอีกทาง แล้วรีบผ่านไป ก็ง่ายกว่าการเสียอาวุธไปสู้
และด้วยความที่เกมเป็น First-Person การเห็นศัตรูจากอีกมุมของกำแพงเลยทำไม่ได้ในภาคนี้ แต่เกมมีระบบแอบดูเพิ่มเข้ามาทดแทน เราสามารถยืนตรงมุมแล้วชะเง้อหน้าไปแอบดูพวกมันได้ แต่ก็ต้องระวังด้วยนะ เพราะเราเห็นมัน มันก็เห็นเราเหมือนกัน ตาประสานตา คนที่กลัวคือเรา !

การต่อสู้
การต่อสู้มีทั้งอาวุธระยะประชิดและปืน อาวุธอย่างไม้หรือท่อที่เก็บได้ตามทาง สามารถใช้ได้ทั้งโจมตีและป้องกันการโจมตีบางรูปแบบ
แต่อาวุธระยะประชิดก็มีความทนทานจำกัด จะฟาดใส่ทุกตัวที่เจอก็ไม่ได้ ต้องเลือกว่าจะสู้กับตัวไหน หรือเก็บอาวุธไว้ใช้ในจังหวะอื่น
ส่วนปืนจัดการศัตรูได้เร็วกว่า แต่เสียงปืนก็อาจเรียกศัตรูตัวอื่นเข้ามาได้ ยิงเสร็จแล้วไม่ได้แปลว่าจะจบ เพราะอาจมีตัวใหม่เดินเข้ามาหาอีก
เพราะแบบนี้ การคิล จึงไม่ได้เป็นคำตอบของทุกสถานการณ์ หลายครั้งการหลบผ่านไปเงียบ ๆ ยังง่ายกว่า และประหยัดทรัพยากรกว่าด้วย


การสำรวจและปริศนา
การสำรวจมักมีทางให้ย้อนกลับไปพื้นที่เดิมอยู่เรื่อย ๆ บางห้องที่เดินผ่านครั้งแรกอาจยังไม่มีอะไร แต่พอได้ข้อมูลหรือของบางอย่างกลับมา ก็มีเป้าหมายให้เราต้องย้อนกลับไปที่เดิมอีกครั้ง ซึ่งอาจทำให้เสียจังหวะไปบ้าง
ปริศนาส่วนใหญ่เอาข้อมูลจากสิ่งที่เราเจอระหว่างทางมาใช้ เช่น ตัวเลข เอกสาร แผนผัง อุปกรณ์ และข้อมูลจาก CRTV
ซึ่งโดยรวมแล้วปริศนาทำออกมาได้ดี น่าสนใจ และเข้ากับธีมของเกมมาก มีทั้งข้อที่แก้ได้ง่าย ๆ และข้อที่ยากมากๆ ต้องใช้ความคิดและการสังเกต และการตีความที่มากขึ้น
และถ้าเรารู้สึกว่าปริศนายากเกินไป เกมก็มีตัวเลือกให้ปรับ เพื่อรับคำใบ้เพิ่มขึ้นได้ด้วย


การใช้ DualSense และ Motion Control
บน PS5 DualSense มีแรงสั่นตามจังหวะต่อสู้ แรงกระแทก และตอนศัตรูเข้ามาใกล้ บางจังหวะได้ยินเสียงพร้อมแรงสั่นจากจอยก่อนจะเห็นตัวศัตรูเสียอีก
ส่วน Motion Control ใช้กับการเล็งปืนและปรับคลื่น CRTV เราต้องขยับจอยเพื่อเล็งหรือหาสัญญาณ ระบบนี้เพิ่มลูกเล่นให้เกมได้ดี แต่สำหรับคนที่ไม่ถนัดอาจรู้สึกว่าควบคุมยากอยู่บ้าง
เช่นเคย เกมมีตัวเลือกให้เปิด-ปิด Motion Control เพื่อให้เรากลับไปใช้การควบคุมแบบปกติได้
สรุป
SILENT HILL: Townfall เป็นเกมที่ใส่บรรยากาศกดดันมาแบบจัดเต็ม โดยเฉพาะการเปลี่ยนมาใช้มุมมอง First-Person ที่ทำให้การเดินสำรวจและการเจอศัตรูแต่ละครั้งรู้สึกใกล้ตัวมากขึ้น เราต้องคอยดูทาง คอยฟังเสียง และตัดสินใจว่าจะหลบ ลอบเร้น หรือเลือกสู้ในแต่ละสถานการณ์
ระบบ CRTV ก็เข้ามาช่วยให้การเล่นมีอะไรให้คิดมากขึ้น ทั้งการตรวจจับศัตรูและการแก้ปริศนา ทำให้การสำรวจไม่ได้มีแค่เดินหาทางไปต่อ แต่ยังต้องคอยสังเกตสิ่งรอบตัวและข้อมูลที่เจอระหว่างทาง
โดยรวมแล้วเกมทำออกมาได้ดีมากสำหรับคนที่ชอบเกมสยองขวัญที่เน้นบรรยากาศ การสำรวจ การแก้ปริศนา และการค่อย ๆ แกะเรื่องราว
ส่วนใครที่มองหาเกมแอ็กชันที่เน้นการต่อสู้แบบจัดเต็ม อาจไม่ใช่แนวที่ตามหา เพราะเกมให้น้ำหนักกับการหลบและหาทางเอาตัวรอดมากกว่า
อีกเรื่องที่อยากบอกคือ อารมณ์ของเกมมีความกดดันค่อนข้างสูง และมีเนื้อหาที่พาอารมณ์ดิ่งได้ค่อนข้างหนัก จึงอาจไม่เหมาะกับผู้เล่นบางกลุ่มที่มีความอ่อนไหวทางอารมณ์
ให้คะแนนกันหน่อย
4.5 /5 คะแนน
เอกลักษณ์ของเกมชัดมาก เป็นอีกหนึ่งเกมที่แฟนซีรีส์ Silent Hill หรือคอเกมสยองขวัญต้องลอง
เกม SILENT HILL: Townfall เล่นได้แล้ว
บน PlayStation 5, PC (Steam, Epic Games Store)
