รีวิว Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen DLC ใหม่ พาออกผจญภัยในดินแดนหิมะ กับเรื่องราวใหม่ ให้ผจญภัยได้ไม่เบื่อ

หลังจากที่ Dragon’s Dogma 2 พาเราออกผจญภัยในโลกแฟนตาซี ทั้ง Vermund และ Battahl กันมาแล้ว
คราวนี้ก็ถึงเวลาออกเดินทางไปยังดินแดนทางเหนืออย่าง Norgan กันบ้าง !
กับ DLC ใหม่ Dark Arisen ที่เพิ่มทั้งพื้นที่ผจญภัย เนื้อเรื่องใหม่ มอนสเตอร์ และดันเจียนให้สำรวจกันอีกยาวๆ
และยังมีเพื่อนใหม่ เจ้าหมาป่า Freki ที่ช่วยนำทางเราไปหาสมบัติได้ด้วย !

แล้ว DLC นี้มีอะไรใหม่บ้าง และจะทำให้การผจญภัยใน Dragon’s Dogma 2 สนุกขึ้นขนาดไหน เรามาดูกัน !


เนื้อเรื่องใหม่ใน DLC นี้ใช้ชื่อว่า Forsaken Dominion
เราจะได้พบกับ Eir หญิงสาวลึกลับที่กำลังออกตามหาความจริงเกี่ยวกับ Fallen Dragon มังกรปริศนาที่มีรูปร่างผิดแปลกไปจากมังกรทั่วไป
ไม่มีหัวใจอยู่ภายในร่างกาย และถึงจะถูกจัดการไปแล้วก็ยังไม่ยอมตายลงง่าย ๆ

การตามหาความจริงของ Eir จะพาเราเข้าไปพัวพันกับเรื่องราวของ Norgan
ดินแดนทางเหนือที่เคยเป็นอาณาจักรอันรุ่งเรือง มีผู้คนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ก่อนจะเกิดเหตุการณ์บางอย่างจนบ้านเมืองล่มสลาย
ปัจจุบันเหลือเพียงซากสิ่งก่อสร้างและร่องรอยของอารยธรรมเก่าแก่ให้เราออกสำรวจ

ระหว่างทางเราจะได้ตามแกะรอยเรื่องราวในอดีต ทั้งความเป็นมาของดินแดนแห่งนี้
เหตุการณ์ที่ทำให้ Norgan กลายเป็นพื้นที่รกร้าง รวมถึงความเกี่ยวข้องระหว่าง Fallen Dragon กับสิ่งที่เกิดขึ้นที่นี่

ส่วนตัวละคร NPC ก็มีบทบาทกับเนื้อเรื่องมากขึ้น หลายคนมีเรื่องราวเป็นของตัวเอง
บางคนเข้ามาเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หลัก ขณะที่บางคนก็มีภารกิจให้เราตามต่อผ่านการพูดคุยและช่วยเหลือผู้คนที่พบระหว่างทาง


พื้นที่หลักของ DLC คือ Norgan ดินแดนทางเหนือที่มีบรรยากาศต่างจาก Vermund และ Battahl
ที่นี่เคยเป็นอาณาจักรที่รุ่งเรืองมาก่อน แต่ปัจจุบันกลายเป็นพื้นที่รกร้าง มีหิมะปกคลุมไปทั่ว
ทั้งซากบ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างเก่าแก่ที่ยังหลงเหลืออยู่
ยิ่งเดินทางออกไปไกลก็ยิ่งเจอพื้นที่หิมะมากขึ้น บางจุดยังมีพายุหิมะเข้ามาปกคลุมจนมองเส้นทางข้างหน้าได้ยาก

สภาพอากาศใน Norgan ส่งผลกับการเล่นโดยตรง เวลามีพายุหิมะ ทัศนวิสัยจะลดลง
ส่วนความหนาวเย็นก็ส่งผลต่อ Stamina หากอยู่ในพื้นที่หนาวนานเกินไป Stamina จะค่อย ๆ ลดลง ซึ่งมีผลทั้งตอนเดินทางและตอนต่อสู้

ก่อนออกสำรวจเราเลยอาจต้องใช้เวลาเตรียมตัวมากขึ้น เช่น การเลือกชุดเกราะที่ช่วยป้องกันความหนาว
หรือพกไอเทมสำหรับรับมือกับสภาพอากาศติดตัวไปด้วย โดยเฉพาะเวลาต้องเดินทางเข้าไปในพื้นที่ห่างไกลจากจุดพัก

อีกระบบที่เพิ่มเข้ามาคือ การใช้เชือก Climbing Hook ปีนขึ้นที่สูง
เป็นไอเทมใหม่ที่สามารถนำไปใช้กับเสา เพื่อเปิดเส้นทางให้เรา ปีนขึ้นลงจากหน้าผาได้


หนึ่งในระบบหลักของ DLC นี้คือ Relic Expedition ซึ่งเป็นการออกสำรวจเพื่อค้นหา Relics ที่ถูกซ่อนอยู่ทั่ว Norgan

ระหว่างเดินทางเราจะพบ Relics ได้จากหลายวิธี ทั้งการต่อสู้กับมอนสเตอร์ การเปิดหีบสมบัติ และการเข้าไปสำรวจซากสิ่งก่อสร้างหรือถ้ำที่ถูกทิ้งร้าง
บางพื้นที่มีมอนสเตอร์เฝ้าอยู่ หากอยากได้สมบัติก็ต้องจัดการพวกมันก่อน
แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างต้องใช้กำลังเสมอไป เพราะบางครั้งการค้นหาตามพื้นที่ต่าง ๆ ก็ทำให้เจอ Relics ได้เหมือนกัน

เมื่อเก็บ Relics มาได้แล้ว จะต้องนำกลับไปให้ผู้ดูแลการประเมินค่าในหมู่บ้าน เพื่อดูว่าไอเทมที่เราเก็บมาคืออะไร

อุปกรณ์ที่ได้รับมีทั้งอาวุธและชุดเกราะ ซึ่งมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปตามระดับความหายากของ Relic
บางชิ้นมีค่าสถานะสูงขึ้น ขณะที่บางชิ้นยังมีความสามารถใหม่หรือช่วยปรับปรุงทักษะที่ตัวละครมีอยู่แล้วได้ด้วย

ส่วนการสุ่มอุปกรณ์ก็ไม่ได้ปล่อยให้เป็นเรื่องของดวงทั้งหมด เพราะเกมจะมีโอกาสให้อุปกรณ์ที่ตรงกับ Vocation และ Pawn ของเรามากขึ้นได้
และยังสามารถใช้บัฟเพื่อเพิ่มโอกาสได้รับอุปกรณ์ของอาชีพที่ต้องการได้อีกด้วย

แต่มีข้อจำกัดอยู่เหมือนกัน เพราะอุปกรณ์ที่ได้จาก Relics ไม่สามารถนำไปอัปเกรดต่อได้ ถ้าต้องการของที่ดีกว่าเดิมก็ต้องออกไปตามหา Relics ชิ้นใหม่


อีกหนึ่งตัวละครที่เพิ่มเข้ามาใน Norgan ก็คือ Freki หมาป่า Direwolf ที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้
เราสามารถนำหมาป่าตัวนี้มาใช้งานได้หลังจากผ่านเควสต์

เจ้าหมาป่าตัวนี้ มีความสามารถพิเศษ คือ ช่วยนำทางเราไปหาสมบัติที่ซ่อนอยู่ได้ !
ซึ่งถือเป็นตัวช่วยที่มีประโยชน์มากๆ สำหรับการออกสำรวจที่มีเป้าหมายคือตามหา Relics

โดยเจ้าหมาป่าตัวนี้ จะไม่ได้ช่วยสู้ และอาจจะหนีกลับถ้ามันเข้าถึงพื้นที่ หรือตามเรามาไม่ได้ด้วย
แต่เราก็กลับไปชวนมันออกเดินทางอีกรอบได้ตลอดเหมือนกัน


แน่นอนว่าพื้นที่ใหม่ก็ต้องมีศัตรูใหม่ให้เราได้ต่อสู้กันด้วย

ในดินแดนทาเหนือ มีนักรบที่คอยโจมตีผู้บุกรุกบริเวณกองไฟ และ ยักษ์ที่สามารถพ่นลมหายใจแช่แข็งใส่ศัตรูได้

และยังมีมังกรน้ำแข็ง ที่เป็นหนึ่งในศัตรูตัวอันตรายของพื้นที่นี้ ซึ่งมันมีโอกาสดรอป Relics ที่มีศักยภาพมากกว่าศัตรูทั่วไปด้วย

อีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจคือ Evil Eye บอสจาก Dragon’s Dogma ภาคแรกที่กลับมาให้เราได้เจอกันอีกครั้งให้เราหายคิดถึงกันใน DLC นี้
โดยจะปรากฏอยู่ในหนึ่งในดันเจียนใหม่ของ Lost Rites


นอกจากดินแดนทางเหนือแล้ว DLC นี้ยังเพิ่มดันเจียนใหม่อีก 12 แห่งในชื่อ Lost Rites
โดยกระจายอยู่ตามพื้นที่เดิมของเกม ทั้ง Vermund และ Battahl

แต่ละแห่งจะมีรูปแบบและความท้าทายแตกต่างกัน บางแห่งเน้นการต่อสู้กับศัตรู บางแห่งมีเส้นทางให้สำรวจ
หรือบางแห่งที่มีบททดสอบที่ต้องปรับการจัดทีมให้เหมาะสมก่อนเข้าไป

ภายในดันเจียนยังมีอุปกรณ์หายากที่เคยเป็นของเหล่า Arisen ในอดีต
ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้สามารถนำไปอัปเกรดต่อได้ตามปกติ แตกต่างจาก Relics ที่ได้จาก Norgan
โดยเราสามารถเข้าซ้ำได้ตลอด เพื่อฟาร์มอุปกรณ์ วัสดุอัปเกรดและไอเทมต่างๆได้

ใครที่ชอบลงดันเจียน หรือชอบตามหาอุปกรณ์เพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวละคร ก็สามารถเล่นกันต่อได้ยาวๆ


DLC Dark Arisen ไม่มีอาชีพใหม่ แต่เพิ่มสกิลใหม่ให้กับอาชีพเดิมแทน
โดยปลดล็อกความสามารถใหม่นี้ เราต้องตามหาเสาหิน Obelisk ที่กระจายอยู่ทั่วดินแดนทางเหนือ

Obelisk แต่ละแห่งจะผูกกับอาชีพที่กำหนด
เราสามารถใช้แต้ม Discipline Points เพื่อซื้อสกิลใหม่ของอาชีพต่างๆได้

รวมถึงยังสามารถใช้ Offering Flame ซึ่งหาได้จากการผ่านความท้าทายใน Lost Rites
มาปลดล็อคสกิลระดับสูง โบนัสค่าสถานะถาวร หรือโบนัสที่ช่วยเพิ่มโอกาสได้รับ Relic ของอาชีพนั้นในช่วงเวลาหนึ่ง

และยังมีสกิลอีกชุดที่ได้จากการตามหา Maister หลังจบเนื้อเรื่องหลักของ Expansion แล้วด้วย !


อีกหนึ่งระบบที่ตอบโจทย์สายแฟชั่น !
คือเราสามารถเปลี่ยนรูปลักษณ์ของอุปกรณ์ต่างๆ อาวุธชุดเกราะ ได้โดยไม่ต้องเปลี่ยนค่าสถานะของอุปกรณ์ชิ้นนั้น

แต่ระบบนี้มีข้อจำกัดอยู่เล็กน้อย เพราะจะใช้ได้กับอุปกรณ์ประเภท Relics เท่านั้น
โดยเราสามารถเอารูปลักษณ์ของชุดเกราะจากเกมหลักมาใช้กับอุปกรณ์ Relics ได้
ไม่ต้องทนใส่ชุดที่ไม่ชอบ เพราะมีค่าสถานะดีกว่าอีกต่อไป ถถถ

รวมถึงรูปลักษณ์ของตัวละครเรา ก็มีให้ปรับเพิ่มเติมได้เหมือนกัน
ทรงผมและรอยสักใหม่ ที่สามารถนำไปปรับแต่งได้ทั้งตัวเรา และ Pawn ที่เดินทางกับเราเลย !


Dragon’s Dogma 2: Dark Arisen เป็น DLC ที่เพิ่มเนื้อหาให้กับเกมค่อนข้างเยอะ
ทำให้เรามีอะไรใหม่ๆ ให้ทำในเกมได้อีกยาวๆ

ทั้งเนื้อเรื่องใหม่สุดมันส์ ดันเจียนใหม่ การฟาร์มหาอาวุธแบบใหม่ รวมถึงบอสตัวใหม่
เพิ่มความท้าทายให้เรากลับมาเล่น และมีอะไรให้ทำต่อได้อีกยาว

โดยรวมแล้ว ถือว่าเป็น DLC ที่น่าสนใจมากๆ
ใครเล่นภาคหลักจนพรุนแล้วอยากมีอะไรให้ทำต่อ ก็สามารถสอยได้เลย !!

แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ

Facebook
Twitter
VK

เนื้อหาที่เกี่ยวข้องกัน

Leave a Comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Follow us

Scroll to Top