เป็นอีกเกมที่แม้จะออกมานานแล้ว แต่ก็ยังมีการอัปเดต เสริมแต่งความสนุกของเกมอยู่เรื่อย ๆ และเนื่องในโอกาสที่ Woolhaven DLC ตัวใหม่ของเกมกำลังจะออก วันนี้เลยอยากหยิบเอา Cult of the Lamb เกมอินดี้แนวแอ็คชันผจญภัย ผสมผสานการสร้างฐาน และดูแลเหล่าลูกศิษย์มานำเสนอกันอีกครั้ง ก่อนจะไปเล่น DLC ใหม่กันภายในเดือนมกราคมนี้
แพะน้อยผู้โกงความตายและกลายเป็นเจ้าลัทธิ

Cult of the Lamb ว่าด้วยเรื่องราวของเจ้าแพะน้อยตัวหนึ่งที่ถูกเหล่าคนบาปจับไปประหาร แต่ก่อนที่จะตาย แพะน้อยตัวนี้ดันได้รับความช่วยเหลือจาก The Ones มอบพลังในการล้างแค้นด้วยมงกุฎโลหิต แต่ The Ones ก็ไม่ได้ช่วยเราฟรี ๆ เพราะเขาต้องการจะชิงพลังตัวเองคืนมาด้วยการสังหารเหล่าคนนอกรีต มงกุฎของเราจึงมีความสามารถในการโน้มน้าวเหล่าคนอื่น ๆ ให้เข้าร่วมลัทธิ หน้าที่ของเรานอกจากจะต้องออกไปทำสงครามศักดิ์สิทธิ์เพื่อจัดการคนบาปนอกรีตแล้ว เรายังต้องบริหารจัดการลัทธิของเราให้เติบใหญ่และแข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย
การจัดการลัทธิที่ว่าก็มาเต็มทั้งการสร้างที่พักอาศัย สร้างสิ่งอำนวยความสะดวก ปรุงอาหาร ปัดกวาดเช็ดถู และทำการแสดงหลักธรรมคำสอน เพื่อให้สมาชิกลัทธิเลื่อมใสเรามากขึ้น และนำค่าความซื่อสัตย์ไปปลดล็อคสิ่งของและค่าพลังใหม่ ๆ มากมายที่จะทำให้เราทำสงครามศักดิ์สิทธิ์ได้สะดวกสบายและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

แม้งานภาพจะเป็นอาร์ทแบบกราฟิกน่ารัก ๆ แต่ในความน่ารักนั้น แฝงด้วยความโหด ดิบ เลือดสาดอยู่บ้าง แค่มันไม่นำเสนอออกมาให้เราเห็นกันตรง ๆ แต่สมมติว่าเราเล่นไปถึงจุดหนึ่งแล้ว เราจะเห็นว่าเราสามารถนำ Poop มาปรุงอาหารเพื่อบังคับให้สมาชิกลัทธิกินได้ หรือการตายของสมาชิกลัทธิอาจส่งผลให้สมาชิกคนอื่น ๆ ก่อหวอดได้ เมื่อนั้นคุณจะเริ่มเห็นแน่นอนว่ามันน่าสนใจขนาดไหน
บริหารจัดการลัทธิแบบจัดเต็ม สู้ก็ต้องสู้ คนอื่น ๆ ก็ต้องดูแล

ด้วยความเป็นเกม Action RPG ผสมกับ Base Management ผู้เล่นจะได้สัมผัสเกมเพลย์แบบ 2 ขั้วที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง อย่างแรกคือเกมในรูปแบบ Dungeon Crawler ผสมกับ Roguelike ที่ผู้เล่นจะได้บุกป่าฝ่าดันเจี้ยนเพื่อไปต่อสู้กับเหล่าคนบาปนอกรีตที่มีทั้งหมด 5 คน เป้าหมายเพื่อเสริมพลังมงกุฎโลหิตและทำให้ The Ones แข็งแกร่งขึ้น
เกมเพลย์การเล่นในส่วนของความเป็นเกม Action RPG ก็จะเหมือนกันกับเกมอื่น ๆ นั่นคือเราจะได้บุกลุยไปตามเส้นทาง กำจัดศัตรู เลือกเส้นทางข้างหน้าว่าจะรับไอเทมอะไร จะเป็นสมาชิกลัทธิคนใหม่ หรือจะเป็นทรัพยากร ไม้ หิน อาหาร เพื่อกลับไปปรับปรุงลัทธิของเราให้ดีมากยิ่งขึ้นก็เลือกเอาที่ชอบ ส่วนอาวุธ สกิล พลังต่าง ๆ จะขึ้นอยู่กับเส้นทางลัทธิของเราด้วย ดังนั้นเกมนี้ไม่ใช่แค่การมุ่งหน้าเข้าป่า จัดการคนนอกรีต แต่คุณต้องวางแผนและเตรียมการลัทธิของคุณให้ดีพอด้วยอีกต่างหาก
ในระหว่างเข้าป่า ผจญภัย และต่อสู้ ยิ่งเล่นซ้ำ คุณก็จะมีโอกาสเจอกับเหตุการณ์ใหม่ ๆ สถานที่ใหม่ ๆ ที่จะมอบพลังใหม่ให้กับคุณ หรือจะเป็นทรัพยากรประเภทใหม่ก็ได้ และด้วยความที่เป็นเกม Roguelike ทุกครั้งที่เราตายก็จะต้องเริ่มวิ่งใหม่หมดแต่แรก แต่เกมนี้มันไม่ได้ยาก ส่วนใหญ่จะจบ Run แล้วก็เริ่มวิ่งใหม่อีกรอบ เล่นซ้ำไปเรื่อย ๆ เพื่อหาของ

การพบเจอสถานที่ต่าง ๆ ก็จะเป็นการปลดล็อคระบบการต่อสู้ เช่น ดรอปอาวุธใหม่ ใช้ไพ่ทาโรต์ใบใหม่ ที่เป็นเหมือนบัฟประจำด่าน ทำให้เรามีรูปแบบการโจมตีที่หลากหลายขึ้น ตีติดพิษ ติดคริติคอล ตีกระจาย หรือเพิ่มพลังชีวิตสูงสุด อะไรทำนองนั้น ฟอร์แมตการต่อสู้ของเกมนี้ถือว่าเยอะมากพอสมควร
และวิธีการที่เราจะเปิดประตูไปหาเหล่าคนบาปนอกรีตคนใหม่ได้ เราก็จะต้องสะสมจำนวนสมาชิกลัทธิให้มากขึ้นก่อน แต่การมีสมาชิกลัทธิเพิ่มมากขึ้น นั่นหมายถึงการดูแลและการบริหารจัดการที่มากขึ้นตามไปด้วย และอีกไฮไลท์ของเกมนี้คือระบบบริหารจัดการลัทธินี่แหละ
สัมผัสความเป็น “ผู้นำลัทธิ” จะเป็นคนดี หรือคนชั่ว คุณเลือกเองได้

ผู้สร้าง Cult of the Lamb เคยออกมาบอกว่า ดีไซน์ตั้งต้นของเกมนี้มันคือการทำยังไงก็ได้ให้ผู้เล่นรู้สึกว่า เป็นคนไม่ดีนี่มันง่ายจัง แถมได้อะไรมากกว่าด้วย เพื่อให้ผู้เล่นรู้สึกขัดต่อศีลธรรมในตัวเอง แต่การทำชั่วในเกมนี้มันจะทำให้คุณได้ใช้ชีวิตกว่ามาก เช่น ถ้าเกิดคุณเชือดไอ้ตัวนี้เพื่อบูชายัญนะ คุณจะได้ของเพียบเลย มันมีทางเลือกอื่นน่ะใช่ แต่นี่เร็วสุดเลยนะ อะไรประมาณนั้น
ระบบ Base Management หรือการบริหารจัดการลัทธินั้น ถือเป็นระบบที่สนุกมาก ๆ ก่อนอื่นสำหรับคนรักสวยรักงาม ผู้เล่นสามารถเลือกวางสิ่งปลูกสร้างที่เป็นของตกแต่งให้กับตัวลัทธิได้ตลอด ตั้งแต่พื้น ไปจนถึงวัตถุสวยงามเช่นน้ำพุ รั้ว ประตูซุ้มดอกไม้ และอื่น ๆ โดยสิ่งเหล่านี้ใช้วัตถุดิบประเภทเดียวกันกับที่เราดรอปมาได้จากมอนสเตอร์ ดังนั้นก่อนสร้างอะไรสวยงาม ก็เอาให้แน่ใจว่า ของหลัก ๆ ที่สำคัญเราสร้างไว้ครบแล้ว
ต่อมาคือสิ่งของที่ทำให้ชาวลัทธิอยู่ได้สบายขึ้น ตั้งแต่หม้อปรุงอาหาร ที่นอน และสิ่งของอำนวยความสะดวกอื่น ๆ การจะรับสมาชิกใหม่เข้าลัทธิมานั้น เราต้องมีที่นอนให้เพียงพอด้วย และสามารถมอบหมายงานต่าง ๆ ได้ เช่นให้คนนี้ไปตัดไม้ คนนี้ไปทุบหิน คนนี้คอยสวดอธิษฐานเพื่อเก็บค่าศรัทธามาอัปเกรดบ้าน และสกิลของเราเอง และทุก ๆ วัน เราสามารถแสดงหลักคำสอนได้ 1 ครั้ง จะเป็นการเรียกสมาชิกลัทธิทั้งหมดมารวมตัวกัน และเทศนาให้เชื่อฟัง เราจะเก็บแต้มพิเศษมาอัปเกรดได้นั่นเอง

แต่การเป็นหัวหน้าลัทธิมันก็ไม่ได้ง่ายไปซะทุกอย่าง แน่นอนว่าคนยิ่งเยอะ ปัญหายิ่งแยะ เพราะสมาชิกลัทธิแต่ละคนจะมีปัญหาของตัวเอง เช่น ไม่ยอมที่อยู่ที่สกปรก ไม่ชอบขี้หน้าสมาชิกคนอื่น ทำให้เราต้องคอยไกล่เกลี่ย หาทางออก หรือถ้าปวดหัวมาก ใครทำตัวนอกคอกก็จับมันเชือดทิ้งซะเลยก็ทำได้ และสมาชิกลัทธิแต่ละคนยังมีอายุขัย แก่ตายได้ตามปกติ หากมีสมาชิกในลัทธิตาย แล้วเราไม่จัดการฝังศพ หรือทำให้ดี ก็อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นกับลัทธิโดยรวม
แต่อย่างที่บอก นี่คือเกมที่เราทำชั่วได้เต็มพิกัด เราสามารถจัดการแบบป่าเถื่อนได้ เช่นการเผยแพร่คำสอนที่ว่าความตายไม่ใช่จุดจบ ทำให้บางที สมาชิกลัทธิตายไป ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือจะทำให้เราเซฟทรัพยากรได้ง่ายขึ้น ก็คือเผยแพร่คำสอนที่ว่าหญ้าสามารถใช้กินแทนอาหารได้ เราก็ไม่ต้องลำบากหาเบอร์รี่ หาผักมาทำอาหาร ใช้หญ้าที่หาได้ง่าย ๆ นั่นแหละมาทำให้กิน อะไรแบบนี้

ทำให้ Cult of the Lamb ถือเป็นเกมที่มาแรงมากในปี 2022 ที่มันวางขาย และสาเหตุที่เราหยิบเกมนี้มาพูดถึงกันอีกครั้ง เพราะ DLC หลักตัวใหม่ของเกม อย่าง Woolhaven กำลังจะวางขายในวันที่ 22 มกราคมนี้ ดังนั้นใครที่ยังไม่เคยสัมผัสเกมนี้ ขอบอกเลยว่า ถ้าอ่านแล้วรู้สึกอยากลอง ให้ลองเลย เพราะของดีแน่นอน ก่อนไปสัมผัส Woolhaven กัน ต้อนรับปีใหม่นี้จ้า